เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุม ๔ โรงพยาบาลใน ๓ จังหวัด พร้อมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ดูแลรักษากำลังพลอย่างเข้มแข็ง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุม
• โรงพยาบาลปราสาท จ.สุรินทร์ — ผู้บาดเจ็บ ๗ ราย
• โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ — ผู้บาดเจ็บ ๒ ราย
• โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี — ผู้บาดเจ็บ ๒๓ ราย
• โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี — ผู้บาดเจ็บอาการหนัก ๓ ราย
ทหารผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ได้รับแรงอัดจากจรวด BM-21 และสะเก็ดระเบิดจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยไทยอย่างชัดเจนต่อเนื่องหลายวัน
ที่โรงพยาบาลปราสาท พญ.ชูหงส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ระหว่างที่คณะรัฐมนตรีช่วยฯ เดินทางถึงโรงพยาบาล มีการนำส่งผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมจากแรงอัด BM-21 ทีมแพทย์จึงเข้าสู่กระบวนการรักษาฉุกเฉินทันทีเพื่อควบคุมอาการให้ปลอดภัยที่สุด
กำลังพลทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บทุกราย ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า หากร่างกายฟื้นตัว และแพทย์อนุญาตให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็พร้อมกลับไปปกป้องอธิปไตยไทยพร้อมกลับไปยืนแนวหน้า เพื่อนำแผ่นดินของเรากลับคืนมา
รมช.กห. กล่าวให้กำลังใจต่อหน้าผู้บาดเจ็บ โดยย้ำว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของกำลังพล พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ขณะเดียวกัน การปฏิบัติการของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักสากล มุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหาร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
รมช.กห. ยังได้ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล กองทัพ และแม่ทัพภาคที่ ๒ ซึ่งติดตามสถานการณ์และบัญชาการการรบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานทุกเหล่าทัพเพื่อเสริมกำลังและมาตรการด้านความปลอดภัย
โรงพยาบาลในพื้นที่ได้จัดทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรสนับสนุนจากหลายจังหวัด เพื่อรองรับผู้บาดเจ็บตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขณะที่ศูนย์พักพิงในจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ยังคงดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและเด็กที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกิจกรรมเสริมด้านการเรียนรู้ลดผลกระทบทางจิตใจ
ภารกิจในวันนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาลต่อกำลังพลและประชาชน และสร้างพลังใจแก่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จิตอาสา และบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศในสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียด