กระทรวงกลาโหม
MINISTRY OF DEFENCE
          เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๑.๐๐–๑๒.๓๐ น. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน HOPE SPACE AI Summit 2026 ณ SCBX NEXT TECH ชั้น ๔ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา นักพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนทหารผ่านศึกและประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการดำเนินชีวิต ทั้งด้านการศึกษา การทำงาน การแพทย์ เศรษฐกิจ และการบริหารภาครัฐ ดังนั้น ความมั่นคงในศตวรรษที่ ๒๑ จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้อาวุธหรือการสู้รบ แต่หมายถึงการพัฒนาคนให้มีความรู้ มีทักษะ และสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนต่างช่วงวัยเข้าหากัน ทำให้คนรุ่น Baby Boomer สามารถเรียนรู้และสื่อสารกับลูกหลานในรุ่น Gen Z และ Gen Alpha ได้มากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตนเองว่า ก่อนเดินทางมาร่วมงาน ได้เกิดอุบัติเหตุไอแพดหล่นใส่เท้าจนได้รับบาดเจ็บ จึงใช้ AI เพื่อสอบถามแนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่า หากใช้อย่างถูกต้อง AI สามารถเป็นผู้ช่วยที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้

          ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้เสนอแนวคิดในการขยายการใช้ AI ไปสู่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนกว่า ๒๐๐ แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นการลงทุนด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุดของประเทศ

          นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้กล่าวแสดงความชื่นชมที่มี ทหารผ่านศึก เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า AI ควรเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือทหารผ่านศึก เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวัน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง

          ท้ายที่สุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า การพัฒนา AI จะต้องดำเนินควบคู่กับหลักจริยธรรม ความรับผิดชอบ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้ AI เป็นพลังในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมกล่าวว่า “หากเราใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ เทคโนโลยีจะไม่ใช่สิ่งที่แบ่งแยกผู้คน แต่จะเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงคนทุกวัย ทุกเจเนอเรชัน และสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพราะความมั่นคงที่แท้จริง เริ่มต้นจากการพัฒนาคน”