วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องภาณุรังษี ศาลาว่าการกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานสภากลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม
ครั้งที่ 5/2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ผลการดำเนินงานของกองทัพ และความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงกลาโหม
ประธานสภากลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยจัดทำ Action Plan รองรับนโยบายด้านความมั่นคงและการทหารเร่งด่วน โดยกำหนดเป้าหมาย ขั้นตอน ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อสภากลาโหมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นโยบายสามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้หลัก “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”ยกระดับความพร้อมรบ รับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ
ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายด้านความมั่นคงและการทหารเร่งด่วน เพื่อใช้เป็นกรอบในการเตรียมกำลัง พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ และเสริมความพร้อมรับมือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ไซเบอร์ อวกาศ และมิติข้อมูลข่าวสารพร้อมกันนี้ ได้เห็นชอบแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการจัดและอัตรากำลังพลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ พ.ศ. 2569–2580 ตามแนวคิด Ministry of Defence White Paper 2026–2037 โดยมุ่งปรับโครงสร้างให้มีความคล่องตัว ควบรวมภารกิจที่ซ้ำซ้อน ยุบหน่วยที่หมดความจำเป็น และไม่เพิ่มอัตรากำลังหรือภาระงบประมาณของภาครัฐด้านความพร้อมรบ ประธานสภากลาโหมกำชับให้กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพจัดทำมาตรฐานการสะสม สิ่งอุปกรณ์ประเภทที่ 5 (สป.5) ได้แก่ กระสุนและยุทธภัณฑ์สำรองสงคราม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการส่งกำลังบำรุงและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
กองบัญชาการกองทัพไทยรายงานความคืบหน้าการพัฒนาแนวคิดการป้องกันภัยทางอากาศร่วมแบบหลายชั้น (Layered Air Defence) เพื่อรับมือทั้งอาวุธยิงระยะไกลและอากาศยานไร้คนขับ โดยเชื่อมโยงระบบข้อมูลระหว่างเหล่าทัพ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนตามนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง
และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่กองทัพบกรายงานผลการบูรณาการรักษาความมั่นคงชายแดน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ควบคู่กับการพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบต่อต้านโดรน และการฝึกตามแผนป้องกันประเทศ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนกองทัพบก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
กองทัพเรือและกองทัพอากาศรายงานความคืบหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังรบ โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ระบบไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบบัญชาการและควบคุม ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่เดินหน้าพลทหารอาสา เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่สมัครใจรับใช้ชาติที่ประชุมติดตามความคืบหน้านโยบาย พลทหารอาสา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดแผประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศในเดือนสิงหาคม 2569 เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ในเดือนกันยายน 2569 และดำเนินการคัดเลือกรุ่นแรกระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และเข้ากองประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2570
กระทรวงกลาโหมตั้งเป้าให้ระบบพลทหารอาสาเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สมัครใจรับใช้ชาติ พร้อมได้รับการพัฒนา 4 โอกาส ได้แก่ โอกาสด้านรายได้และสวัสดิการ โอกาสด้านการศึกษาและทักษะวิชาชีพ โอกาสในการพัฒนาระเบียบวินัยและสมรรถภาพ และโอกาสในการประกอบอาชีพหลังปลดประจำการ ทั้งการรับราชการ การทำงานกับภาคเอกชน และการประกอบอาชีพอิสระผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ประธานสภากลาโหมย้ำให้ทุกหน่วยพิจารณาจัดหาและพัฒนายุทโธปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศ หรือ Made in Thailand (MiT) เป็นลำดับแรก ควบคู่กับการผลักดัน Offset Policy และการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและอุตสาหกรรมภายในประเทศ (Local Content)นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายลดการพึ่งพาการจัดหาจากต่างประเทศ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยในระยะยาว
ที่ประชุมได้รับทราบการส่งมอบรถเกราะล้อยาง First Win 4x4 ซึ่งผลิตโดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้แก่กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยที่ปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของกำลังพล และสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยในเวทีนานาชาติ กำชับการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพประธานสภากลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 และเตรียมความพร้อมการบริหารงบประมาณปี 2570 ตั้งแต่ต้นกระบวนการ เพื่อให้การดำเนินโครงการด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของครอบครัวกำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และได้เริ่มมีผู้ใช้สิทธิดังกล่าวแล้ว
ในโอกาสมหามงคลเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ประธานสภากลาโหมยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ พร้อมจัดกิจกรรมจิตอาสาและเตรียมกำลังพลสนับสนุนพระราชพิธีสำคัญตลอดช่วงปลายปี กระทรวงกลาโหมยืนยันว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนทุกนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลัก “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ” โดยบูรณาการการทำงานของกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากองทัพให้ทันสมัย มีความพร้อม และสามารถดูแลความมั่นคงของประเทศได้อย่างยั่งยืน