เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศ ณ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป เยี่ยมชมการสาธิตยุทธวิธีทางอากาศ ตลอดจนรับทราบขีดความสามารถและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังผลการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศ รวมถึงความก้าวหน้าจากการสนับสนุนของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา พร้อมรับทราบความต้องการในการพัฒนาขีดความสามารถเพิ่มเติม เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมรองรับสถานการณ์และภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถปกป้องประเทศและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การป้องกันประเทศต้องดำเนินการอย่างเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ภารกิจของเหล่าทัพหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทุกมิติ
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีและระบบที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการทางทหารสมัยใหม่ เนื่องจากรูปแบบของภัยคุกคามและการปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก การรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันประเทศ ทั้งนี้ การใช้งบประมาณต้องเกิดประโยชน์สูงสุด มีความเหมาะสม และเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ โดยมุ่งยกระดับความพร้อมของกองทัพในทุกมิติ ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี ระบบบัญชาการและควบคุม การเชื่อมโยงข้อมูล และการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ
กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า การเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตย และคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยจะเดินหน้าพัฒนาความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และรับมือกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทุกรูปแบบ