พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ
ก่อนรับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องประชุมชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด อำเภอคลองใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามปัญหาและความต้องการของหน่วยในพื้นที่จริง โดยเฉพาะด้านระบบน้ำ ไฟฟ้า เส้นทางคมนาคม และระบบสื่อสาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของกำลังพลและการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า จังหวัดตราดเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ลงพื้นที่บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดน การค้าชายแดน และวิถีชีวิตของประชาชน โดยย้ำว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมยืนยันว่าประชาชนไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่ควรร่วมกันสร้างความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง และส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดนให้เดินหน้าควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศ
สำหรับกรณีการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณใกล้หลักเขตที่ 73 ในพื้นที่จังหวัดเกาะกง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันหารือเพื่อกำหนดแนวทางลดผลกระทบและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมั่นว่าการเปิดใจพูดคุยบนพื้นฐานของความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดี จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันได้
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้กำลังใจกำลังพล พร้อมกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลในพื้นที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฐานปฏิบัติการมีความพร้อมทั้งด้านภารกิจและความเป็นอยู่