เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย–ลาว ครั้งที่ ๓๐ ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นประธานฝ่ายไทย และ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว เป็นประธานฝ่าย สปป.ลาว
คณะผู้แทนฝ่ายไทยประกอบด้วย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ เสนาธิการทหาร ตลอดจนผู้แทนจากเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยเข้าร่วมการประชุมฯ
การประชุม GBC ไทย–ลาว เป็นกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกำหนดให้มีการประชุมปีละ ๑ ครั้ง และผลัดกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ
ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ซึ่งฝ่าย สปป.ลาว เป็นเจ้าภาพ ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–ลาว และแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนให้มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน โดยผลักดันกรอบแนวทางการยกระดับความร่วมมือเชิงรุกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนไทย–ลาว เพิ่มการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้หารือเรื่อง การจัดระเบียบเรือและการเดินเรือในแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเรือ ป้องกันและสกัดกั้นการใช้เส้นทางแม่น้ำโขงในการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือและการจอดเรือในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและพื้นที่เชื่อมโยงสำคัญระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือในการรับมือ ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมทางไซเบอร์ แสกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม การประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการกวดขันมิให้มีการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และเพิ่มมาตรการตรวจสอบการเข้าพักอาศัยของคนไทยใน สปป.ลาว และคนลาวในราชอาณาจักรไทย เพื่อป้องกันการใช้พื้นที่ของทั้งสองประเทศเป็นฐานในการกระทำความผิด
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมฯ ได้ให้ความสำคัญกับ ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยจะเพิ่มการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ก่อนการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากฝ่าย สปป.ลาว ณ กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้น พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ก่อนแลกเปลี่ยนโล่ที่ระลึกการเยือน นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้มีโอกาสเยี่ยมคำนับ ฯพณฯ ดร. สอนไซ สีพันดอน (Sonexay Siphandone) นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ซึ่งได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ โดยประสงค์ที่จะเห็นชายแดนระหว่าง ไทย -สปป.ลาว เป็น "ชายแดนแห่งความสงบสันติสุขอย่างยั่งยืน" และประขาชนทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จากการค้าขายและเศรษฐกิจไปด้วยกัน นอกจากนี้ ในระหว่างการเยือน สปป.ลาว ในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะได้ร่วมวางพวงมาลาเพื่อเทอดเกียรติสดุดี แก่ทหารกล้า ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม อีกด้วย
การประชุมฯ เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเข้าใจระหว่างกัน สะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของไทยและ สปป.ลาว รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะใช้กลไก GBC เป็นเวทีสำคัญในการประสานและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคงร่วมกัน โดยเฉพาะภัยคุกคามที่มีลักษณะข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน
กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนไทย–ลาว ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้าง “ชายแดนที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนา” เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถดำรงชีวิต เดินทาง ค้าขาย และพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน